สนับสนุนโดย

posted on 23 Mar 2009 22:36 by the3kingdom

edit @ 24 Mar 2009 16:46:53 by ~Zhou จูล่ง Yun~

ดาว์นโหลด Romance of three kingdoms XI

posted on 23 Mar 2009 14:40 by the3kingdom

http://www.torrentreactor.net/torrents/2082219/Romance-Of-The-Three-Kingdoms-XI-RELOADED

 

 

มาแล้ววว บิทนอก

ร้อนๆ

 

แต่ ตัวอังกฤษ ตอนนี้ยังไม่มี PUK นะครับ

รู้สึกอรรถรสหายไปเยอะเลย

 Romance of three kingdoms XI

เครดิต

http://rotkxi.exteen.com/

Fevergame

เกมส์สามก๊ก-Flash

posted on 23 Mar 2009 14:30 by the3kingdom

เกมส์สามก๊ก
วิธีเล่น : A หลัง , S ลง, W ขึ้น, D ข้างหน้า, J ต่อย, K กระโดด
ผู้เล่น : 145 คน
ขนาด : 3122.65 K

edit @ 23 Mar 2009 14:30:56 by ~Zhou จูล่ง Yun~

อ้างอิง

posted on 22 Mar 2009 20:51 by the3kingdom
  1. ^ การแปลสามก๊กในปัจจุบัน, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 20
  2. ^ สามก๊ก นิยายจีนอิงประวัติศาสตร์เล่มแรกในไทย
  3. ^ คำนำอินไซด์สามก๊ก (ฉบับอ่านสามก๊กอย่างไรให้แตกฉาน) , ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2500, หน้า 3
  4. ^ ความเป็นมาของสามก๊ก, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 9
  5. ^ แนะนำสามก๊ก
  6. ^ บันทึกประวัติศาสตร์ สามก๊กจี่หรือซานกว๋อจวื้อ, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 12
  7. ^ ซานกว๋อจื้อผิงฮว่า สามก๊กฉบับนิทาน, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 14
  8. ^ ไป่ซ่งจี๋ บัณฑิตผู้ชำระซานกว๋อจื้อ, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 14
  9. ^ สามก๊ก ฉบับเจี่ยซิง, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 15
  10. ^ ซานกว๋อเหยี่ยนอี้ สามก๊กฉบับปรับปรุง, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 16
  11. ^ ราชวงศ์วุย, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 58
  12. ^ ราชวงศ์ฮั่น, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 52
  13. ^ ราชวงศ์ซุน, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 58
  14. ^ บันทึกจดหมายเหตุประเทศจีน, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 23
  15. ^ 15.0 15.1 กลศึกสามก๊ก ตำราพิชัยสงครามรูปธรรมที่มีชีวิต,หลี่ปิ่งเอี้ยน ซุนจิ้ง ผู้ค้นคว้า, บุญศักดิ์ แสงระวี แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทย, สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, พ.ศ. 2543, ISBN 9747736934
  16. ^ การแปลสามก๊กเป็นภาษาต่าง ๆ, สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) , สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคารพิมพ์, พ.ศ. 2544, หน้า 7
  17. ^ 17.0 17.1 ตำนานสามก๊ก พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
  18. ^ การแปลสามก๊กของเจ้าพระยาพระคลัง (หน)
  19. ^ การศึกษากลยุทธ์ในการทำสงครามในสามก๊ก, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 20
  20. ^ การตีพิมพ์สามก๊กในสมัยรัชกาลที่ 4
  21. ^ การกล่าวถึงสามก๊กในสมัยรัชกาลที่ 2, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 19
  22. ^ จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 2, อินไซด์สามก๊ก, ณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550, หน้า 19
  23. ^ สามก๊ก วรรณกรรมอมตะของจีน
  24. ^ การแปลสามก๊กในแบบฉบับของยาขอบ
  25. ^ ศาลเจ้าสามก๊ก หลักฐานตำนานอันโด่งดัง
  26. ^ อุทยานสามก๊ก สถาปัตยกรรมจีนในไทย
  27. ^ 27.0 27.1 27.2 27.3 27.4 โจโฉ ผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ, ยาขอบ, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550
  28. ^ 28.0 28.1 28.2 จูล่ง สุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน, ยาขอบ, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550
  29. ^ 29.0 29.1 29.2 29.3 จิวยี่ ผู้ถ่มน้ำลายรดฟ้า, ยาขอบ, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550
  30. ^ 30.0 30.1 30.2 กวนอู เทพเจ้าแห่งความสัตย์ซื่อ, ยาขอบ, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550
  31. ^ 31.0 31.1 31.2 จูกัดเหลียง ผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร, ยาขอบ, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550
  32. ^ 32.0 32.1 32.2 32.3 32.4 32.5 32.6 เล่าปี่ ผู้พนมมือแด่ชนทุกชั้น, ยาขอบ, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550
  33. ^ 33.0 33.1 33.2 ตั๋งโต๊ะ ผู้ถูกแช่งทั้งสิบทิศ, ยาขอบ, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พ.ศ. 2550
  34. ^ 34.00 34.01 34.02 34.03 34.04 34.05 34.06 34.07 34.08 34.09 34.10 34.11 สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) , สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, พ.ศ. 2544
  35. ^ สามก๊กฉบับมหาสนุก โดยหมูนินจา

สามก๊กในปัจจุบัน

posted on 22 Mar 2009 20:50 by the3kingdom

 สามก๊กในปัจจุบัน

สามก๊กเป็นวรรณกรรมจีนที่เป็นอมตะ ได้รับการกล่าวขานถึงการเป็นสุดยอดวรรณกรรมจีนที่ให้แง่คิดในเรื่องต่าง ๆ แม้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานานแล้วในหลายยุคสมัย แต่ชื่อของตัวละคร สถานที่หรือลักษณะท่าทางต่าง ๆ ยังเป็นที่จดจำและกล่าวขานต่อ ๆ กันมาทุกยุคสมัย ในปัจจุบันสามก๊กกลายเป็นชื่อที่คุ้นหูคนไทยมาโดยตลอดและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับสามก๊กออกมาตอบสนองความต้องการของประชาชนเป็นอย่างมาก เช่นหนังสือ ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ รวมทั้งเกมวางแผน ซึ่งได้หยิบยกเรื่องราวและตอนสำคัญบางส่วนของสามก๊กนำมาทำเป็นเกมจำนวนมาก ซึ่งกล่าวได้ว่าสามก๊กนั้นเป็นสิ่งที่สืบทอดต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษจนถึงรุ่นปัจจุบัน

 

 หนังสือ

สามก๊ก เป็นวรรณกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีผู้นำไปตีความในแง่มุมต่าง ๆ เกิดเป็นหนังสือที่เกี่ยวเนื่องกับสามก๊กอีกมากมาย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนหนังสือชุด "สามก๊ก ฉบับนายทุน" ขึ้นเป็นทำนองล้อเลียนฉบับวณิพกของยาขอบ โดยตีความเรื่องราวในวรรณกรรมสามก๊กไปในทางตรงกันข้าม ด้วยสมมุติฐานว่าผู้เขียนเรื่องสามก๊กตั้งใจจะยกย่องฝ่ายเล่าปี่เป็นสำคัญ หากผู้เขียนเป็นฝ่ายโจโฉเรื่องก็อาจบิดผันไปอีกทางหนึ่ง งานเขียนที่สืบเนื่องจากสามก๊กของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ได้แก่ โจโฉนายกตลอดกาลและ เบ้งเฮ็กผู้ถูกกลืนทั้งเป็น ซึ่งในหนังสือเล่มหลังนี้นำเสนอแนวคิดว่าแท้จริงแล้วเบ้งเฮ็กอาจจะเป็นบรรพบุรุษของคนไทยที่อพยพหนีลงมาจากสงครามก็ได้

นอกจากนี้ยังมีงานเขียนที่เกี่ยวเนื่องกับสามก๊กอีกมากมายเช่น สามก๊กฉบับคนเดินดินของเล่าชวนหัว สามก๊กฉบับคนขายชาติของเรืองวิทยาคม เจาะลึกสามก๊กฉบับวิจารณ์ของวิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ CEO ในสามก๊กของเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป เป็นต้น

 

 ละครโทรทัศน์

ดูบทความหลักที่ สามก๊ก (ละครโทรทัศน์)
สามก๊กในแบบฉบับละครโทรทัศน์

ละครโทรทัศน์ชุด สามก๊ก เป็นละครที่ผลิตขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อเป็นการเชิดชูวรรณกรรมอมตะของจีน โดยเริ่มถ่ายทำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 ด้วยความร่วมมือกับทางประเทศญี่ปุ่น ออกอากาศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2538 แบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 84 ตอน ความยาวตอนละ 44 นาที สามก๊กในแบบฉบับละครโทรทัศน์ได้รับการนำเข้ามาออกอากาศครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อกลางปี พ.ศ. 2537 ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. โดยบริษัทมีเดียส์ ออฟ มีเดีย จำกัด เวลาประมาณ 22.00 น. และออกอากาศซ้ำอีกครั้งทางช่องเอ็มวีทีวีวาไรตี้แชนแนล เมื่อต้นปี พ.ศ. 2551

ปัจจุบันได้นำสามก๊กฉบับละครโทรทัศน์มาออกอากาศอีกครั้งทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทุกวันจันทร์ - อาทิตย์ เวลา 22.30 น. - 23.23 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ถึงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551 และได้มีการปรับช่วงเวลาในการการออกอากาศเป็นเวลา 22.00 น. - 22.53 น. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปัจจุบัน ลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายวีดีทัศน์ของละครโทรทัศน์ชุดนี้ในประเทศไทย เป็นของบริษัทมูฟวี่โฮมวิดีโอ จำกัด ในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี

 

 ภาพยนตร์

ดูบทความหลักที่ สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร และ สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

วรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก ถูกนำมาถ่ายทอดในรูปแบบของภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์จำนวน 2 เรื่องคือสามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (อังกฤษ: Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon; จีน: 三國之見龍卸甲) และ สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ (อังกฤษ: Red Cliff, The Battle of Red Cliff; จีน: 赤壁) สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกรนำแสดงโดย หลิวเต๋อหัว, แม็กกี้ คิว, หงจินเป่า, แวนเนส วู, แอนดี้ อัง, ตี้หลุง กำกับการแสดงโดย แดเนียล ลี ความยาว 102 นาที ออกฉายเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2551 ในประเทศไทยฉายวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551

สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกรได้รับเสียงวิจารณ์ไปทางลบเป็นอย่างมาก เนื่องจากเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เป็นการเจาะเฉพาะตัวละครเอกของเรื่องคือจูล่งเพียงคนเดียว โดยเป็นการเล่าเรื่องราวประวัติของจูล่งตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยชรา รวมทั้งเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ก็ไม่ได้เป็นไปตามวรรณกรรมอีกด้วย และมีตัวละครหลายตัวที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะเช่น โจอิง หรือ หลอผิงอัน เป็นต้น และอีกหลายส่วนในเรื่องก็ไม่เป็นไปตามวรรณกรรมเช่นชุดเกราะของจูล่งที่ในวรรณกรรมระบุว่าสวมเกราะสีเงิน แต่ในภาพยนตร์กลับสวมเกราะที่มีลักษณะคล้ายเกราะของซามูไรมากกว่า จึงทำให้ในเว็บไซต์ IMDb ให้เครดิตภาพยนตร์เรื่องนี้เพียง 5.7 ดาว จาก 10 ดาวเท่านั้น

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ขนาดยาวที่ร่วมทุนสร้างระหว่างจีนและฮ่องกง ออกฉายพร้อมกันทั่วทวีปเอเชียในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่จีนเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน สร้างจากวรรณกรรมชิ้นเอกของจีนเรื่อง สามก๊ก ในตอน โจโฉ แตกทัพเรือหรือศึกผาแดง อำนวยการสร้างและกำกับโดย จอห์น วู ด้วยทุนสร้างกว่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ทุนสร้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์เอเชีย โดยแบ่งออกเป็น 2 ภาคใหญ่ ๆ ด้วยกันเฉพาะในเอเชีย ส่วนประเทศอื่น ๆ จะฉายในตอนเดียวจบในระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง นำแสดงโดยเหลียงเฉาเหว่ย, ทาเคชิ คาเนชิโร่, หลินจื้อหลิง, จางเฟิงอี้, ฉางเฉิน, เจ้า เวย, ฮูจุนและชิโด นากามูระ

 

การ์ตูนและเกม

ดูบทความหลักที่ สามก๊ก (การ์ตูน), หงสาจอมราชันย์, สามก๊ก มหาสนุก และ Dynasty Warriors
สามก๊กในแบบฉบับเกมคอมพิวเตอร์

วรรณกรรมสามก๊ก ถูกนำมาถ่ายทอดในรูปแบบของการ์ตูนในรูปแบบต่าง ๆ เป็นจำนวนมากเช่น การ์ตูนเรื่องสามก๊ก (「横山光輝 三国志」 Yokoyama Mitsuteru Sangokushi?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องยาว ที่แปลมาจากวรรณกรรรมอมตะของจีนเรื่องสามก๊ก วาดภาพโดยมิตสึเทรุ โยโกยามะ ต่อมาได้ถูกสร้างเป็นอะนิเมะ ในปี พ.ศ. 2534 ออกอากาศทางสถานีทีวีโตเกียวและสร้างเป็นเกมสำหรับเครื่องนินเทนโดดีเอส ในปี พ.ศ. 2550

เนื้อเรื่องในการ์ตูนสามก๊กฉบับการ์ตูนญี่ปุ่นแปลมาจากหนังสือสามก๊กฉบับภาษาญี่ปุ่นของเออิจิ โยชิคาวะ ซึ่งมีความแตกต่างจากสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) หรือสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบเล็กน้อย สามก๊กเป็นนิยายจีนอิงประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยแผนการรบและกลอุบาย จนมีคำกล่าวว่า อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ ในประเทศไทย สำนักพิมพ์จัมโบ้เป็นผู้จัดพิมพ์การ์ตูนสามก๊กเป็นเล่มใหญ่ โดยแบ่งเป็น 15 เล่มจบ

หงสาจอมราชันย์ เป็นการ์ตูนฮ่องกง เรื่องโดยเฉินเหมา นักเขียนการ์ตูนชาวฮ่องกง ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เรื่องราวหยิบยกเอาเหตุการณ์ในสามก๊ก จากทั้งวรรณกรรมและพงศาวดารมาเป็นโครงเรื่อง ซึ่งบางส่วนมีการตีความลักษณะของตัวละครขึ้นมาใหม่จากความคิดของเฉินเหมาเอง โดยมีสุมาอี้และเหลี่ยวหยวนหว่อหรือจูล่งเป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก ปัจจุบันนอกจากฮ่องกงกับไต้หวันแล้ว หงสาจอมราชันย์ยังถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์ในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย

สามก๊ก มหาสนุก เป็นงานเขียนการ์ตูนเรื่องสามก๊ก เรื่องและภาพโดยหมู นินจา ตีพิมพ์ในนิตยสารมหาสนุกตั้งแต่ พ.ศ. 2548 จนถึง พ.ศ. 2550 ภายหลังได้มีการตีพิมพ์รวมเล่มเป็นการ์ตูนสีรวมทั้งหมด 45 เล่ม และบริษัทวิธิตาได้นำเรื่องสามก๊กมาสร้างเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นจำนวน 2 ภาค ล่าสุดได้รับการแปลเป็นภาษาเกาหลี จัดจำหน่ายโดย บริษัท พีเอ็มจี โฮลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ซัมซุง บุ๊ค พับลิเชอร์[35]

Dynasty Warriors (「真・三國無双」 Shin Sangokumusō – lit. "True - Unrivaled Three Kingdoms"?) เป็นเกมต่อสู้จัดทำและพัฒนาโดย Koei วางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ในเพลย์สเตชัน Dynasty Warriors เป็นเกมที่จำลองวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่อง, อาวุธ, ลักษณะท่าทางและตัวละครที่ปรากฏในเกมล้วนแล้วมาจากเรื่องสามก๊กทั้งสิ้น

ในประเทศญี่ปุ่นเกมนี้ใช้ชื่อว่า Sangokumusō ซึ่งภายหลังได้มีการจำหน่าย Dynasty Warriors 2 ที่ดัดแปลงจากภาค 1 ให้มีภาพที่สวยงามและเล่นสนุกขึ้น ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นได้ให้ชื่อ Dynasty Warriors 2 ไว้ว่า Shin Sangokumusō ในปัจจุบัน Dynasty Warriors เป็นเกมที่มีผู้เล่นเยอะมากที่สุดเกมหนึ่งของโลก และมีวางออกจำหน่ายแล้วถึง 6 ภาคด้วยกัน

สามก๊กเป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยกลยุทธในการศึกสงคราม เล่ห์เหลี่ยมกลอุบายลึกซึ้ง รวมทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นสามก๊กยังแฝงไว้ด้วยวาทะสามก๊กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแง่คิดในด้านต่าง ๆ ในยามเกิดเหตุการณ์ขับขัน วาทะสามก๊กต่าง ๆ เหล่านี้สามารถช่วยในการเตือนสติก่อนตัดสินใจได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังเป็นคติสอนใจที่มีความละเอียดอ่อน ละเมียดละไมและลึกซึ้งกินใจอีกเป็นจำนวนมากจากตัวละครต่าง ๆ เช่น

 

 ฉบับวณิพก

โจโฉ 
  • "ข้าพเจ้ายอมทรยศโลก ดีกว่าให้โลกทรยศข้าพเจ้า" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความเด็ดเดี่ยว มั่นคงและแน่วแน่ของโจโฉ[27]
  • "ความหยิ่งด้วยความโง่ ไม่มีค่าเหมือนผู้ที่หยิ่งด้วยความฉลาด" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงวิสัยทัศน์ของโจโฉ ที่แสดงความเหนือชั้นกว่าอ้วนเสี้ยว[27]
  • "ซึ่งจะฆ่าไก่และจะเอามีดฆ่าโคมาฆ่านั้นไม่ควร" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความประมาทข้าศึกของฮัวหยง[27]
  • "ตัดต้นรานกิ่งแต่ไม่โก่นราก" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงถึงความแพ้ภัยในความประมาทของตนเองของอ้องอุ้น [27]
  • "ซึ่งจะมาถืออิศริยศในท่ามกลางศึกดังนี้ไม่ควร" เป็นวาทะสามก๊กที่โจโฉกล่าวห้ามปรามในความเป็นเจ้ายศเจ้าอย่างของอ้วนเสี้ยว[27]
จูล่ง 
  • "ให้ทุกห้องเต็มไปด้วยมิตร ให้น้ำสุรามฤตจงเปี่ยมทุกถ้วยอยู่ตลอดเวลา" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความปกครองราษฏรด้วยความโอบอ้อมอารีของขงหยง[28]
  • "จนยากแต่มิใช่เห็นเงินทองก็ตาลุก ชาวเสียงสานต้องการดื่มเกียรติ" เป็นวาทะสามก๊กที่ปฏิเสธการปูนบำแหน็จรางวัลจากการออกศึกสงครามของจูล่ง[28]
  • "ข้าพเจ้าทำศึกมาแต่หนุ่มจนอายุถึงเพียงนี้ ก็ยังไม่เพลี้ยงพล้ำเสียทีให้ข้าศึกดูหมิ่นได้" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความไม่หวาดกลัวและย่อท้อในการทำศึกสงครามของจูล่ง [28]
จิวยี่ 
  • "ดุจแมลงหวี่อันจะต่อสู้ด้วยช้างสาร เหมือนแบกเอาฟางเข้าไปทุ่มที่กองเพลิง" เป็นวาทะสามก๊กของเตียวเจียว ที่ห้ามปรามไม่ให้ซุนกวนร่วมมือกับโลซก[29]
  • "มาตรว่าชีวิตเราจะตายในท่ามกลางข้าศึก ก็ให้เอาอานม้าปิดศพไว้ เร่งทำการต่อไป" เป็นวาทะสามก๊กที่สั่งการให้ทหารทำหน้าที่ของตนต่อไป โดยไม่ต้องกังวลของอาการป่วยของตนเองของจิวยี่[29]
  • "สำหรับชายที่หยิ่งด้วยเกียรติของชายนั้น ในโลกนี้อันใดเล่าจะยิ่งใหญ่เสมอเหมือนกับที่ได้ยินข้อความล่วงเกินมาถึงหญิงอันเป็นสุดที่รักสุดเคารพของตน" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความโกรธแค้นโจโฉที่คิดจะพรากหญิงคนรักของตนไปเป็นนางบำเรอของจิวยี่ [29]
  • "ตัวเราเกิดมาเป็นชาย ได้ลั่นวาจาออกมาแล้วก็ไม่คืนคำเลย" เป็นวาทะสามก๊กที่ยืนกรานแสดงความหนักแน่นในการนำทัพเข้าตีเมืองลำกุ๋นของจิวยี่ [29]
กวนอู 
  • "ขึ้นชื่อว่าแก้วถึงจะแตกทำลายก็ไม่หายชื่อ เราจะขอทำศึกสงครามด้วยท่านกว่าจะสิ้นชีวิต" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความไม่ย่อท้อในการทำศึกสงครามของกวนอู [30]
  • "บุตรของเรานี้เป็นชาติเชื้อเหล่าเสือ ไม่สมควรจะให้แก่สุนัข" เป็นวาทะสามก๊กที่ปฏิเสธการยกลูกบุตรสาวให้แก่ลูกชายของซุนกวนของกวนอู [30]
อ้วนเสี้ยว 
  • "ครั้นเราจะรุกก็ไม่แลเห็นชัยชนะ จะถอยเล่าก็รังแต่จะถูกเย้ยหยัน แต่เรายังไม่เสียเปรียบเลยในยุทธภูมินี้ ถอยเท่านั้นเป็นทางที่ดีที่สุด" เป็นวาทะสามก๊กในการตระเตรียมกำลังไพร่พลในการถอยทัพของอ้วนเสี้ยว[30]
จูกัดเหลียง 
  • "ท่านอย่าทำการด้วยยโส จะคิดผ่อนปรนให้จงดี อันวู่วามตามความโกรธนั้น ภายหลังจะเสียการไป" เป็นวาทะสามก๊กที่แสร้งเตือนจิวยี่ด้วยความปรารถนาดีของจูกัดเหลียง [31]
  • "เมื่อมิได้พิเคราะห์ให้ตระหนักก่อน ด่วนมาโกรธฉะนี้ก็จนใจ" เป็นวาทะสามก๊กที่ยั่วให้ซุนกวนเกิดความโมโหเพื่อเป็นการหยั่งดูความสุขุมรอบคอบของจูกัดเหลียง [31]
  • "ทั้งกายจะหางามสักหนึ่งก็มิได้ แต่ทว่ามีปัญญาพาทีหลักแหลม รู้วิชาการในแผ่นและอากาศ" เป็นวาทะสามก๊กในการเลือกนางอุยซีเป็นคู่ครอง ที่เต็มไปด้วยความเฉลี่ยวฉลาดมากกว่าความสวยงามของรูปร่างหน้าตาของจูกัดเหลียง[31]
ซุนฮูหยิน 
  • "เกิดมาเป็นหญิง จะให้มีชายต้องถึงสองคนก็ไม่ควรนัก" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความมั่นคงต่อสามีและไม่อาจมีชายใดอื่นได้อีกของซุนฮูหยิน [32]
เล่าปี่ 
  • "ยากจะหาคนใดรู้โชคตน แต่ข้ามีกังวลเพราะเชื่อว่า ที่สุดวันวันหนึ่งคงจะมา ให้ข้าลาวิเวกสุขเข้าคลุกงาน" เป็นวาทะสามก๊กที่ร่ายกลอนโศลกพรรณาถึงความพ่ายแพ้ของตนเองของเล่าปี่[32]
  • "ธรรมดาภรรยาอุปมาเหมือนอย่างเสื้อผ้า ขาดแลหายแล้วก็จะหาได้ พี่น้องเหมือนแขนซ้ายขวา ขาดแล้วยากที่จะต่อได้" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพี่น้องร่วมสาบาน ที่มีความสำคัญมากกว่าลูกเมียของเล่าปี่ [32]
  • "คิดการสิ่งใดก็รู้จักที่หนักที่เบา ทีได้ทีเสีย ยักย้ายถ่ายเทมิให้ผู้ใดล่วงรู้" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวถึงลักษณะและคุณสมบัติของชายชาติทหารของโจโฉ[32]
  • "ธรรมดาเกิดมาเป็นชาติทหารแล้ว ถ้าจะเสียทีก็อย่าเป็นทุกข์ ถึงจะได้ทีก็อย่ายินดี" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวปลอบใจทหารและให้เก็บอากัปกิริยาและควบคุมอารมณ์ในการแสดงความรู้สึกของเล่าปี่ [32]
  • "การจะทำลายล้างคนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นจากตนดังนี้ ใช่วิสัยชายชาตรีที่พึงทำ" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวแสดงความเห็นใจและให้โอกาสลิโป้ของเล่าปี่ [32]
  • "ความโกรธความยินดี มิได้ปรากฏออกมาภายนอก" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความสำรวมกายสำรวมใจและกิริยามารยาทของเล่าปี่ [32]
ตั๋งโต๊ะ 
  • "จะหาสาวงามโลกก็เหลือหา สมเป็นนางพญาอันสูงสุด ไม่คู่ควรกับมนุษย์ผู้ใด ควรสมมุติแต่กษัตริย์ขัตติยา" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวถึงความงามอันหาที่ติมิได้ของหญิงสาวของตั๋งโต๊ะ [33]
เตียวเสี้ยน 
  • "อย่าว่าแต่จะเสียตัวเพียงนี้เลย ถึงจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต" เป็นวาทะสามก๊กที่ยอมพลีกายเพื่อกอบกู้แผ่นดินของนางเตียวเสี้ยน [33]
  • "ทุกวันนี้ข้าพเจ้าก็คิดว่า ถ้าท่านมีทุกข์สิ่งใด ข้าพเจ้าจะสนองคุณท่าน ถึงมาตรว่าชีวิตจะตายและกระดูกจะแหลกเป็นผงก็ดี" เป็นวาทะสามก๊กที่ยินดีสนองคุณอ้องอุ้นผู้เป็นบิดาบุญธรรมของนางเตียวเสี้ยน [33]

 

ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)

สุมาเต็กโช 
  • "โบราณท่านว่าไว้แต่ก่อนว่า สิบคนจะหาผู้กล้าได้คนหนึ่ง ร้อยคนจะหาผู้มีสติปัญญาได้คนหนึ่ง" เป็นวาทะสามก๊กของสุมาเต็กโชที่กล่าวแก่เล่าปี่[34]
ตันฮก 
  • "แผ่นดินจะกลับก็เหมือนไฟดับสิ้นแสง ถ้ากบทูจะหักจะเอาไม้น้อยค้ำมิอาจทานกำลังไว้ได้ ชาวบ้านนอกผู้มีปัญญาย่อมแสวงหานายที่มีน้ำใจโอบอ้อมอารี" เป็นวาทะสามก๊กที่ร่ายบทกลอนสอนใจแก่เล่าปี่ให้เกิดความสนใจของตันฮก [34]
  • "ตัวข้าพเจ้าอุปมาเหมือนหนึ่งกา จะมาเปรียบเทียบพญาหงส์นั้นไม่ควร อันม้าอาชามีกำลังอันน้อยหรือจะมาเปรียบกับพญาราชสีห์ได้" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวเปรียบเทียบระหว่างตนเองและจูกัดเหลียงต่อเล่าปี่ของตันฮก[34]
ลิเตียน 
  • "ถ้าจะทำการสงคราม พึงให้รู้ลักษณะในไส้ศึกก่อน จึงจะทำการได้ชัยชนะโดยง่าย" เป็นวาทะสามก๊กที่ห้ามปรามไม่ให้โจหยินไปตีเล่าปี่ของลิเตียน [34]
เล่าปี่ 
  • "อันธรรมดาแม่ลูกกันนี้ก็เหมือนชีวิตเดียวกัน เมื่อมีเหตุฉะนี้ก็เป็นประเพณีบุตรจะสงเคราะห์แก่มารดา ใครห่อนจะทิ้งมารดาเสียได้" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวแก่ตันฮก เมื่อได้รับอุบายจดหมายของโจโฉของเล่าปี่[34]
  • "ท่านผู้มีสติปัญญานั้น ถึงมาตรว่าจะนั่งนอนหลับตาอยู่ในเรือนมิได้เห็นกิจการทั้งปวงเลย ก็สามารถจะคิดเอาชัยชนะแก่ข้าศึกร้อยพันได้" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวเกลี้ยกล่อมให้กวนอูและเตียวหุยยอมเชื่อฟังจูกัดเหลียงของเล่าปี่[34]
  • "ถึงมาตรว่าจะมีอันตรายประการใดก็ดี ตัวเราก็จะสู้ตาย ซึ่งจะทรยศต่อผู้มีคุณนั้นเราทำมิได้" เป็นวาทะสามก๊กที่ปฏิเสธการเข้ายึดเมืองเกงจิ๋วตามคำแนะนำของจูกัดเหลียงของเล่าปี่ [34]
จูกัดเหลียง 
  • "ธรรมดาผู้มีปัญญาอันพิสดาร แม้จะคิดการสิ่งใดก็ลึกซึ้ง ผู้มีปัญญาน้อยหาหยั่งรู้ถึงตลอดไม่ อุปมาเหมือนพญาครุฑ แม้จะไปในทิศใดก็ย่อมบินโดยอากาศอันสูงสุดสายเมฆ มิได้บินต่ำเหมือนสกุณชาติซึ่งมีกำลังน้อย" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวตอกหน้าแก่เตียวเจียวให้ได้รับความอับอาย เมื่อคราวไปกังตั๋งเพื่อเจรจาให้ซุนกวนยอมทำศึกกับโจโฉของจูกัดเหลียง [34]
  • "อันธรรมดาเป็นชายชาติทหาร ถ้าไม่รู้คะเนการฤกษ์บนแลฤกษ์ต่ำ ก็มิได้เรียกว่ามีสติปัญญา" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวแก่โลซกภายหลังจากลวงเอาเกาฑัณฑ์จำนวนมากจากโจโฉของจูกัดเหลียง [34]
จิวยี่ 
  • "ธรรมดาเกิดมาเป็นชาย แม้จะแสวงหาเจ้านายซึ่งจะเป็นที่พึ่งนั้น ก็ให้พิเคราะห์ดูน้ำใจเจ้านายซึ่งโอบอ้อมอารีเป็นสัตย์เป็นธรรมจึงให้เข้าอยู่ด้วย แล้วให้ตั้งใจทำราชการโดยซื่อสัตย์สุจริตประการหนึ่งให้มีใจทำไมตรีแก่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงเก่าแก่ไว้อย่าให้ขาด แม้มาตรว่าจะมีภัยสิ่งใดมาถึงตัว ก็จะเผอิญให้มีผู้มาช่วยแก้ไขพ้นจากอันตรายได้ ถ้าจะคิดการสิ่งใดเล่าก็จะสำเร็จ" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวแก่เจียวก้าน ถึงการเลือกนายผู้รับใช้ของชายชาติทหารของจิวยี่[34]
เตียวเหียน 
  • "อันประเพณีการสงคราม ควรจะให้นายทหารซึ่งมีฝีมือออกรบพุ่งให้สามารถก่อน อันแม่ทัพจะยกออกก่อนนั้นไม่ควร" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวตำหนิการแก่ซุนกวน ในการนำทัพออกทำศึกสงครามของเตียวเหียน[34]
ลิอิ๋น 
  • "ธรรมดานกแม้จะทำรังอาศัย ก็ให้ดูต้นไม้อันร่มชิดจึงจะได้อยู่เป็นสุข อนึ่งเกิดมาเป็นชายก็ให้พึงพิเคราะห์ดูเจ้านายอันมีน้ำใจโอบอ้อมอารี จึงเข้าอยู่ด้วย" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวแก่เล่าปี่ที่ยอมสวามิภักดิ์ขอเป็นข้ารับใช้ของลิอิ๋น[34]

นิยายสามก๊กของหลอกว้านจง ได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างยิ่งในยุคของราชวงศ์หมิง ที่ครองแผ่นดินจีนต่อจากราชวงศ์หยวน โดยมีการนำไปเล่นเป็นงิ้ว อันเป็นการแสดงที่เข้าถึงผู้คนทั่วทุกหัวระแหง และมีการแต่งตั้งให้กวนอูเป็น "เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์" ที่เป็นเทพเจ้าที่ชาวจีนและคนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชาและศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างมากแทนที่งักฮุยหรือเยี่ยเฟย กวนอูได้รับการยกย่องให้เป็นถึง "จงอี้เหรินหย่งเสินต้าตี้" ซึ่งมีความหมายคือ มหาเทพบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งความจงรักภักดี คุณธรรมและความกล้าหาญ

 

 ศาลเจ้าสามก๊ก

ศาลเจ้าสามก๊ก ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่วัดอู่โหวซื่อ ที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน สร้างขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์จิ้นตะวันตก ด้านหลังของวัดเป็นที่ตั้งสุสานของพระเจ้าเล่าปี่และจูกัดเหลียง ซึ่งเป็นตัวละครที่มีชีวิตอยู่จริงในสามก๊ก ซึ่งเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของจีน เรื่องราวต่าง ๆ ในสามก๊กเริ่มต้นในปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของพระเจ้าเหี้ยนเต้ เนื่องจากในขณะนั้นเล่าปี่ปกครองและแต่งตั้งเสฉวนเป็นราชธานี โดยมีจูกัดเหลียงเป็นที่ปรึกษา ราษฏรใช้ชีวิตอย่างร่มเย็นเป็นสุข แต่เมื่อเล่าปี่สวรรคตแล้ว ประชาชนต่างให้การยอมรับและนับถือจูกัดเหลียงมากกว่า จึงร่วมกันสร้างศาลเจ้าขึ้นมาเพื่อเป็นที่เคารพบูชา แต่ไม่นานทางรัฐบาลจีนเห็นว่าไม่ถูกต้องจึงมีคำสั่งให้สร้างศาลเล่าปี่ขึ้น รวมทั้งให้มีรูปปั้นขุนนาง 14 ท่านภายในศาลเจ้า

ศาลเจ้าจูกัดเหลียงภายในศาลเจ้าสามก๊ก

ศาลเจ้าสามก๊ก ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 766 หรือเมื่อประมาณ 1,700 ปีมาแล้ว เพื่อเป็นการรำลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สามก๊กในสมัย พ.ศ. 763 - พ.ศ. 823 สร้างสร้างขึ้นโดยพระบัญชาของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรเฉิงปลายราชวงศ์จิ๋น ในอาณาเขตพื้นที่ประมาณ 3,700 ตารางเมตร สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในศาลเจ้าสามก๊ก เป็นผลงานการก่อสร้างที่ได้รับการปรับปรุงขึนในปีที่ 11 ของจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง และได้รับการยกย่องเป็นโบราณสถานแห่งชาติของจีนในปี พ.ศ. 2504 ต่อมาได้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2527

ภายในศาลมีการแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นหลายส่วน รวมทั้งมีการแยกศาลต่าง ๆ ออกเป็นเฉพาะบุคคลคือศาลเล่าปี่ จักรพรรดิแห่งจ๊กก๊กและราชวงศ์ฮั่น ศาลเจ้ากวนอูที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของ 5 ทหารเสือฝ่ายบู๊ กวนอูเป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์และกตัญญู จนได้รับการยกย่องจากชาวจีนให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์และโชคลาภ ศาลเจ้าจูกัดเหลียงที่มีความโด่งดังในด้านของสติปัญญาและความฉลาดเฉลียว ภายในศาลมีรูปปั้นจูกัดเหลียงขนาดใหญ่มีอายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี ชาวจีนเรียกกันว่า "ทาสอุ้มทรัพย์" ตามความเชื่อต่อ ๆ กันขอชาวจีน ถ้าผู้ใดได้ลูบที่รูปปั้นจูกัดเหลียงแล้วจะมีโชคลาภ จูกัดเหลียงได้ชื่อว่าเป็นกุนซือหรือที่ปรึกษาคนสำคัญของเล่าปี่ที่มีความเฉลียวฉลาด วางแผนการรบและกลศึกต่างๆ ที่มีความสลับซับซ้อน ชาวจีนส่วนใหญ่จะนับถือจูกัดเหลียงมากกว่าศาลเจ้าเล่าปี่และศาลเจ้ากวนอู จนมีการเรียกศาลเจ้าสามก๊กเป็นศาลเจ้าจูกัดเหลียงแทน นอกจากศาลเจ้าเล่าปี่ กวนอูและจูกัดเหลียงแล้ว ภายในบริเวณศาลยังมีรูปปั้นประวัติศาสตร์ของบุคคลสำคัญในสมัยราชวงศ์สู่ เรื่องราวต่าง ๆ จากตำนานอันยิ่งใหญ่ของสามก๊กของบุคคลอื่น ๆ อีกเช่น โจโฉ เตียวหุย และอีก 14 เสนาธิการทหารเอก

แต่เดิมสุสานของพระเจ้าเล่าปี่และจูกัดเหลียงไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่ได้มีการย้ายศาลจูกัดเหลียงจากเมืองเซ่าเฉิงมาอยู่ในบริเวณใกล้กันในยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ ในราวปี พ.ศ. 963 - พ.ศ. 1132 จนถึงยุคราชวงศ์หมิงจึงรวมสุสานและศาลเล่าปี่กับจูกัดเหลียงเข้าด้วยกัน และได้พัฒนาศาลเจ้าดังกล่าวโดยสร้างรูปปั้นขนาดใหญ่ของเล่าปี่ จูกัดเหลียง กวนอู และเตียวหุย เป็นประธานอยู่ในห้องโถงกลาง ด้านข้างมีรูปปั้นตัวละครและขุนศึกต่าง ๆ ในยุคสามก๊กประดับเรียงรายตลอดทางระเบียงเป็นที่สำหรับให้ประชาชนมาเคารพสักการะ ในเวลาต่อมาวัดอู่โหวซื่อก็กลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อศาลจูกัดเหลียงหรือศาลเจ้าสามก๊ก และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองเฉิงตูในปัจจุบัน[25]

 

 อุทยานสามก๊ก

อุทยานสามก๊ก จังหวัดชลบุรี

อุทยานสามก๊ก ตั้งอยู่ที่ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ในอาณาเขตพื้นที่กว่า 36 ไร่ มีการจัดวางรูปแบบตามหลักฮวงจุ้ยของจีน พื้นที่ทั้งหมดของอุทยานสามก๊กประกอบไปด้วยต้นไม้และสถาปัตยกรรมแบบจีนเป็นจำนวนมาก มีหยินและหยางตามแบบฉบับปรัชญาแห่งความสมดุลของจีน สร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของคุณเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง ออกแบบโดย อาจารย์ธีรวัลย์ พัธโนทัย และอาจารย์รณฤทธิ์ ธนโกเศศ สถาปนิกแห่งกรมศิลปากร เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและจีนได้อย่างลงตัว[26]

พื้นที่ตั้งของอุทยานสามก๊กเป็นพื้นที่ลาดต่ำไปทางทิศใต้ มีภูเขาขนาดย่อมทอดตัวอยู่ทางทิศเหนือ มีลักษณะการยกระดับขึ้นไปเป็นระยะ ๆ จนเชื่อมต่อกับบันไดทางขึ้น บริเวณโดยรอบวางผังแบบรูปทรงเรขาคณิต ตามหลักการวางผังบริเวณที่เป็นมงคลมาแต่โบราณทั้งของไทยและจีน มีซุ้มประตูทางเข้าวางเป็นตัวกั้นแบ่งพื้นที่ส่วนอนุสรณ์สถานที่อยู่ทางทิศเหนือกับส่วนบริการทางทิศใต้ วางแนวแกนตะวันออก-ตะวันตกเพื่อเป็นที่ตั้งของอาคารศาลเจ้าแม่กวนอิมกับอาคารอเนกประสงค์ โดยมีระเบียงโค้งแบบจันทร์เสี้ยวเป็นตัวเชื่อมต่อและโอบล้อมอาคารทั้ง 3 หลังเป็นหนึ่งเดียวกัน มีสิ่งก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมจีนที่เรียกว่าเก๋ง จำนวน 3 อาคาร

อาคารกลางหรืออาคารประธานมีความสูงที่สุด มีทั้งหมด 4 ชั้น มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งสื่อถึงท้องทะเลและท้องฟ้า มีการประดับรูปประติมากรรมเพื่อความเป็นมงคลตามหลักความเชื่อดั้งเดิมของจีนเช่น คนชราขี่สัตว์รูปร่างคล้ายไก่หรือเซียนเหญิน, มังกรสี่ขาท่านั่ง รูปร่างคล้ายสัตว์จตุบาท เรียกอีกอย่างว่า "จตุบาทพันธุ์มังกร" เป็น 1 ในบุตรชายทั้ง 9 ของพญามังกร , หงส์ สัตว์จตุบาทรูปลักษณะหงส์ ซึ่งแต่เดิมนั้นหงส์จัดเป็นส่วนประดับหลักของอุทยานสามก๊ก แต่เนื่องจากจักรพรรดิเทียบเท่าได้กับมังกร หงส์ซึ่งหมายถึงฝ่ายหญิงหรือฮองเฮา

ชั้นที่ 2 เป็นภาพวาดประวัติศาสตร์สีน้ำมัน เป็นการบันทึกเรื่องราวและชีวประวัติทั้งหมดของจูกัดเหลียง มีทั้งหมด 8 ตอนด้วยกัน และชั้นที่ 3 เป็นภาพเขียนสีน้ำมันเรื่องราวของจูกัดเหลียงในช่วงที่ 2 เป็นภาพเขียนฝาผนังยาว 100 เมตร ทั้งหมด 8 ตอน โดยฝีมือของจิตรกรชาวจีน ใช้ระยะเวลาในการเขียนภาพฝาผนังเป็นเวลานานถึง 5 ปี ชั้นที่ 4 เป็นหอแก้วสำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ค้นพบที่ถ้ำแห่งหนึ่งในลำพูน โดย ดร.วรภัทร ภู่เจริญ เป็นผู้มอบให้แก่อุทยานสามก๊กเพื่อเป็นที่สักการบูชา หันหน้าออกทางทะเลตามหลักฮวงจุ้ย พร้อมรูปปั้นพระสังกัจจายน์และพระถังซำจั๋ง

ภายในอุทยานสามก๊ก มีระเบียงจิตรกรรมบนกระเบื้องกังไสจีน เป็นการจัดแสดงฉากจากพงศาวดารจีนเรื่องสามก๊ก จำนวน 56 ตอน ความยาว 240 เมตร เป็นการคัดย่อวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กเฉพาะในส่วนตอนที่สำคัญตั้งแต่ตอนต้นเรื่องคือเล่าปี่ กวนอูและเตียวหุย สามวีรบุรุษร่วมสาบานในสวนท้อ กระถึงตอนสุดท้ายที่สุมาเอี๋ยนได้รวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ ถือได้ว่านอกจากอุทยานสามก๊กจะได้ย่อตำนานพงศาวดารจีนที่มีความยาวเป็นอย่างมากไว้ภายในอุทยานแล้ว ยังได้นำเสนอเรื่องราวของสามก๊กผ่านระเบียงจิตรกรรม นอกจากนั้นยังมีตัวละครเอกในรูปแบบของรูปปั้นกังไสกระเบื้องประดับภายในอุทยานอีกด้วย ซึ่งอุทยานสามก๊กจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้นำเอาศิลปะความเป็นจีน นำเสนอผ่านทางรูปแบบของสถาปัตยกรรมจีนร่วมสมัยอีกด้วย

เล่าปี่ 
เล่าปี่ (จีน: 劉備) มีชื่อรองเสวียนเต๋อแปลว่าผู้มีคุณธรรมอันประเสริฐ เรียกชื่อเต็มว่า "ห้วนจงกุ๋นยี่เซงเตงเฮาเล่าปี่" รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าขาว ใจคอกว้างขวาง นิสัยสุภาพเรียบร้อย เยือกเย็นและมีความกตัญญูสูง พูดน้อยยิ้มยาก ไม่แสดงความรู้สึกออกทางสีหน้า เชี่ยวชาญในการใช้กระบี่คู่ เป็นเชื้อสายราชวงศ์ฮั่นมีศักดิ์เป็นอาของพระเจ้าเหี้ยนเต้ บิดาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก มีฐานะยากจนต้องยังชีพด้วยการทอเสื่อขาย ภายหลังได้พบกับกวนอูและเตียวหุยและสาบานตนเป็นพี่น้องกันร่วมออกปราบปรามโจรโพกผ้าเหลือง เล่าปี่ไม่ประสบความสำเร็จมาตลอดชีวิตจนได้จูกัดเหลียงมาเป็นที่ปรึกษา สามารถตั้งตัวเป็นใหญ่ได้ที่เสฉวนครอบครองอาณาจักรจ๊กก๊ก แต่งตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิทรงพระนามจักรพรรดิเจาเลี่ยแห่งราชวงศ์ฮั่น เมื่อกวนอูและเตียวหุยถูกฆ่าตาย จึงยกทัพไปแก้แค้นซุนกวนแต่ถูกตีย่อยยับกลับมาและประชวรหนักจนสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 766 ที่มณฑลเสฉวน รวมพระชนมายุ 63 ชันษา
กวนอู 
กวนอู (จีน: 關羽) เป็นชาวอำเภอไก่เหลียง มีชื่อรองหวินฉาง รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าแดงเหมือนผลพุทราสุก นัยน์ตายาวรี หนวดเครางามถึงอก มีง้าวยาว 11 ศอกหนัก 82 ชั่งเป็นอาวุธคู่กาย เรียกว่าง้าวมังกรเขียว มีกำเนิดในครอบครัวนักปราชญ์ เชี่ยวชาญด้านคัมภีร์พิชัยสงคราม เก่งกาจวิทยายุทธ จงรักภักดี กตัญญูและซื่อสัตย์เป็นเลิศ ภายหลังได้พลั้งมือฆ่าปลัดอำเภอและน้าชายตายจนต้องหลบหนีและพบกับเล่าปี่และเตียวหุยจนสาบานตนเป็นพี่น้องกัน ร่วมทำศึกกับเล่าปี่มาโดยตลอด เป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่ ครองเมืองเกงจิ๋วร่วมกับกวนเป๋งบุตรบุญธรรมและจิวฉอง ภายหลังถูกแผนกลยุทธของลกซุนและลิบอง จนเสียเมืองเกงจิ๋ว กวนอูคับแค้นใจที่เสียทีลกซุนและลิบองจึงนำทัพไปตีเกงจิ๋วเพื่อแย่งคืน แต่ต้องหลุมพลางและถูกจับได้พร้อมกวนเป๋งที่เขาเจาสันและถูกประหารในปี พ.ศ. 762 รวมอายุได้ 59 ปี
เตียวหุย 
เตียวหุย (จีน: 張飛) เป็นชาวเมืองตุ้นกวน มณฑลเหอเป่ย รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าดำ ศีรษะโต นัยน์ตาพอง เสียงดังเหมือนฟ้าผ่า มีฝีมือในการรบสูงแต่มีจุดอ่อนที่นิสัยใจร้อน วู่วาม เสียการงานเพราะสุราบ่อยครั้ง มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ต่อพี่น้อง ชำนาญการใช้ทวนที่มีลักษณะคล้ายกริช เดิมเป็นคนฆ่าหมูขาย ภายหลังได้พบกับเล่าปี่และกวนอูจนสาบานตนเป็นพี่น้องกัน ร่วมทำศึกกับเล่าปี่มาโดยตลอด เป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่ อายุน้อยกว่าเล่าปี่ 6 ปี น้อยกว่ากวนอู 5 ปี เมื่อกวนอูถูกฆ่าตาย เตียวหุยโกรธแค้นมาก ทวงสัญญาที่สาบานไว้ในสวนท้อและรบเร้าให้เล่าปี่ยกทัพไปตีซุนกวน แต่จูกัดเหลียงห้ามปราบไว้ ต่อมาได้สั่งลงโทษทหารสองคนคือฮอมเกียงและเตียวตัดโทษฐานเตรียมการไม่ทันและคาดโทษหนักถึงตาย เตียวหุยเสพสุราและเมาหลับในค่าย ทหารทั้งสองย้อนกลับมาฆ่าและตัดหัวก่อนไปสวามิภักดิ์ต่อง่อก๊ก รวมอายุได้ 54 ปี
จูล่ง 
จูล่ง (จีน: 趙雲) เป็นชาวตำบลเจวินติ้ง เมืองฉางชาน มณฑลเหอเป่ย รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าขาว สวมเกราะเงินและชำนาญการใช้ทวนเป็นอาวุธ แต่เดิมจูล่งเป็นทหารของอ้วนเสี้ยว แต่ทนกับนิสัยไม่มีสัจจะของอ้วนเสี้ยวไม่ได้จึงไปอยู่กับกองซุนจ้าน ภายหลังได้พบกับเล่าปี่และซาบซึ้งในคุณธรรมและความมีน้ำใจ เมื่อกองซุนจ้านตายจึงไปทำราชการด้วย จูล่งเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่และเป็นกำลังสำคัญในการทำศึกสงครามเกือบทุกครั้ง วีรกรรมสำคัญของจูล่งคือเมื่อเล่าปี่พ่ายแพ้โจโฉที่ฉางปั่น ครอบครัวเล่าปี่เกิดพลัดหลงในขณะหลบหนีไปทางใต้ จูล่งได้บุกตะลุยตีฝ่ากองทัพของโจโฉเพื่อค้นหาครอบครัวของเล่าปี่ และช่วยชีวิตอาเต๊าด้วยการนำมาใส่ไว้ในเกราะเสื้อที่บริเวณหน้าอก อาศัยกำลังตัวคนเดียวตีฝ่าตะลุยกองทัพนับหมื่นของโจโฉและนำอาเต๊ามาคืนให้แก่เล่าปี่ได้สำเร็จ จนเป็นที่เลื่องลือกล่าวขานไปทั่วแผ่นดินจนถึงปัจจุบัน จูล่งเป็นขุนศึกนักรบตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยชรา และเสียชีวิตในปีศักราชเจี้ยนซิ่ง ปีที่ 18 รวมอายุได้ 72 ปี
จูกัดเหลียง 
จูกัดเหลียง (จีน: 孔明) มีชื่อจริงจูเก๋อเหลียง เกิดในปี พ.ศ. 724 ปีเดียวกับพระเจ้าเหี้ยนเต้ เป็นชาวตำบลหยางตู เมืองหลางเยีย มณฑลซานตง สูง 6 ศอก ใบหน้าขาวเหมือนหยก มักถือพัดขนนกคู่กายตลอดเวลา ได้รับการยกย่องถึงการเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร ฉายาฮกหลงหรือมังกรหลับ รักความถูกต้องยุติธรรม ชอบสันโดษ สติปัญญาเฉียบแหลม ชำนาญตำราพิชัยสงคราม รอบรู้สภาพภูมิประเทศและดินฟ้าอากาศ ถูกเล่าปี่เชิญให้ไปช่วยทำราชการถึงสามครั้ง และเป็นผู้เสนอแผนหลงจงเตวัย แบ่งแยกแผ่นดินจีนออกเป็นสามก๊กเพื่อคานอำนาจซึ่งกันและกัน รับใช้ราชวงศ์ฮั่นถึงสองรุ่น จูกัดเหลียงเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 54 ปี ภายหลังจากตรากตรำการศึกสงครามมาตลอดชีวิต
โจโฉ 
โจโฉ (จีน: 曹操) มีชื่อรองเม่งเต๊กหรือเมิ่งเต๋อ เรียกชื่อเต็มว่า "โจเม่งเต๊กโฉ" เป็นลูกบุญธรรมของขันทีในวังหลวง แต่เดิมแซ่แฮหัวและคาดว่าน่าจะเกิดจากความแตกแยกในตระกูล ทำให้แยกออกมาเป็นแซ่โจ รูปร่างสูงใหญ่ คิ้วเล็ก หนวดยาว สติปัญญาเฉลียวฉลาด ชำนาญด้านอักษรศาสตร์และตำราพิชัยสงคราม ลุ่มหลงสุรานารี ในวัยเด็กมีนิสัยเกเร ชอบเอาชนะผู้อื่นและตั้งตนเป็นหัวหน้าเสมอ มีหมอดูเคยทำนายโชคชะตะของโจโฉว่า "โจโฉจะสามารถครอบครองโลกได้ แต่โลกก็จะลุกเป็นไฟเพราะความฉลาดปราดเปรื่องของตนเอง"
ซุนกวน 
ซุนกวน (จีน: 孫權) มีชื่อรองจ้งโหมว เป็นเจ้าผู้ครองแคว้นกังตั๋ง บุตรชายคนที่สองของซุนเกี๋ยน น้องชายซุนเซ็ก ซุนกวนครองเมืองกังตั๋งต่อจากซุนเซ็กด้วยอายุเพียง 18 ปี ไม่ชำนาญการศึกสงคราม แต่มีฝีมือในการปกครองคนสูง มีขุนนางและทหารฝีมือดีไว้ในครอบครองเช่น จิวยี่ โลซก ลกซุน ลิบอง เตียวเจียวและขุนนางเหล่าทหารฝีมือดีอีกเป็นจำนวนมาก ซุนกวนร่วมมือกับเล่าปี่ทำสงครามกับโจโฉในศึกผาแดง แต่ภายหลังไปสวามิภักดิ์กับโจโฉ เมื่อโจผีขึ้นครองราชสมบัติต่อจากโจโฉได้แต่งตั้งซุนกวนเป็นเงาอ๋อง แต่มาถูกตัดความสัมพันธ์ในสมัยพระเจ้าโจยอย ซุนกวนแต่งตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิในปี พ.ศ. 771 ทรงพระนามพระเจ้าตงอู๋ ครองราชสมบัตินานถึง 24 ปี สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 795 รวมพระชนมายุ 71 ชันษา

รายชื่อตัวละครสามก๊ก

A-C

Ahui Nan ห้วยหลำ

Bao Long เปาหลง
Bao Su เปาเชา
Bao Xin เปาสิ้น
Bao Zhong เปาต๋ง
Bei Yan ปีเอี๋ยน
Bi Gui ปิดห้วน
Bian Hong เปียนฮอง
Bian Xi เปี๋ยนฮี
Bo Shou ไป่โซ่ว
Bu Chan ปู้ฉัน
Bu Zhi โปจิด(เปาจิด)

Cai He ชัวโฮ
Cai Hun ชัวหุน
Cai Lin ชัวหลิม
Cai Mao ชัวมอ
Cai Xun ชัวหุน
Cai Yang ซัวหยง
Cai Yong ซัวหยง
Cai Yu ซุยฮู
Cai Zhong ชัวต๋ง
Cao Cao โจโฉ
Cao Amin โจอันบิ๋น
Cao Ang โจงั่ง
Cao Bao โจป้า
Cao Chun โจซุน
Cao De โจเต๊ก
Cao Fang โจฮอง
Cao Hong โจหอง
Cao Huang โจฮวน
Cao Jia เทาเจียด
Cao Ju โจกี๋
Cao Lin โจหลิน
Cao Mao โจมอ
Cao Pi โจผี
Cao Ren โจหยิน
Cao Rui โจยอย
Cao Shuang โจซอง
Cao Song โจโก๋
Cao Xi โจอี้
Cao Xing โจเส็ง
Cai Xiong โจหิม
Cao Xiu โจฮิว
Cao Xun โจหุ้น
Cao Yan โจง่าน
Cao Yong โจเอ๋ง
Cao Yu โจฮู
Cao Zhang โจเจียง
Cao Zhen โจจิ๋น
Cao Zhi โจสิด
Cao Zun โจจุ้น
Ce Xian(The Khan) โจเอียนอ๋อง
Cen Bi เงียมเพ็ก
Cen Hun งิมหุน
Cen Wei งิมอุ๋ย
Cen Zhi ห้วนหง
Chang Diao เซียงเตียว
Chang Qi เชียงกี่
Chang Xi เซียงหู
Cheli Ji เตียดลิเกียด
Che Zhou กีเหมา
Chen Dan ตันต๋ำ
Chen Deng ตันเต๋ง
Chen Fan ตันผวน
Chen Gong ตันก๋ง
Chen Gui ตันกุ๋ย
Chen Heng ตันเหง
Chen Ji ตันกี๋
Chen Jiao ตันเกียว
Chen Jiu ตันจิ๋ว
Chen Jun ตันจุ้น
Chen Lan ตันหลัน
Chen Lin ตันหลิม
Chen Qian ตังเขียน
Chen Qun ตันกุ๋น
Chen Sheng ตันเสง
Chen Shi ตันเซ็ก(ตันซื่อ)
Chen Sun ตันสูน
Chen Tai ต้านท่าย
Chen Wu ตันบู
Chen Xiang ตันเสียง
Chen Ying ตันเอ๋ง
Chen Yuan เฉินหยวน
Chen Zhao เฉินเจ้า
Chen Zhen ตันจิ๋น
Cheng Bing เทียเป๋ง
Cheng Deshu เทียตก
Cheng He เสงโห
Cheng Ji เซงเจ
Cheng Jin เทียกี
Cheng Kuang เชียกง
Cheng Lian เซ้งเหลียม
Cheng Pu เทียเภา
Cheng Wu เทียบู
Cheng Yi เซ่งหงี
Cheng Yin เทงหงิน
Cheng Yu เทียหยก
Cheng Yuanzhi เทียอ้วยจี
Cheng Zi เทียจู๋
Cheng Zu เซงจุย
Chi Lu คองสี
Chong Fu จงฝู่
Chong Ji ตันอิบ
Chong Shao ตงเซียว
Chou Lian ซือเหลียน
Chung Jin เตียวกี
Chunyu Dan ตุนอิตัน
Chunyu Dao อิโต
Chunyu Qiong อิเขง
Cuan Xi เทียนสิบ
Cui Liang ซุยเหลียง
Cui Lie ซุ่ยเลี่ย
Cui Yan ซุนต่ำ
Cui Yong ซุยยง
Cui Yu ซุยฮู
Cui Zhouping ซุยเป๋ง

 

D-H

Dai Lai ตั้วไหล
Dai Ling ไต้เหลง
Dai Yuan ไต้อ้วน
Dang Jun ตองกิ๋น
Deng Ai เตงงาย
Deng Cheng เตงเถี้ย
Deng Dun เตงตุ้น
Deng Liang เตงเลียง
Deng Long เตงหลง
Deng Mao เตงเมา
Deng Tong เตงถง
Deng Xian เตงเหียน
Deng Xiang เตงเหียน
Deng Yang เตงเหยียง
Deng Yi ตงยี่
Deng Yu เตงอี่
Deng Zhi เตงจี๋
Deng Zhong เตงต๋ง
Dian Man เตียนมวน
Dian Wei เตียนอุย
Diao Chan เตียวเสี้ยน
Ding Fei เต๋งฮุย
Ding Feng เตงฮอง
Ding Fung เตงเฟิง
Ding Guan เต๊งกวน
Ding Li เตงลี่
Ding Mi เตงปิด
Ding Xian เตงหำ
Ding Yi เตงหงี
Ding Yin เตงอี้
Ding Yuan เต๊งหงวน
Dong Cao ตังเตียว
Dong Chao ตังเฉียว
Dong Cheng ตังสิน
Dong Chong ตันต๋ง
Dong He ตั๋งโห
Dong Heng ตังเหง
Dong Huang ตั๋งหวัง
Dong Jue ตังสิ้น
Dong Min ตั๋งห้อง
Dongtu Na สุนา
Dong Xi ตังสิด
Dong Xin ตังฮี
Dong Xun ตังสิม
Dong Yun ตันอุ๋น
Dong Zhao ตังเจี๋ยว
Dong Zhuo ตั๋งโต๊ะ
Dou Wu เตาบู
Du Lu ตู้ลู่
Du Qi ตอกี้
Du Qiong เตาเขง
Du Rui ตอยอย
Du Wei โตบี
Du Xi โตสิบ
Du Yi ตอหงี
Du Yu เตาอี้
Du Yuan เตาอวน
Duan Gui ต๋วนกุย
Duan Wei ตวนอุย
Duo Si โต้สู้

E Huan งากฟัน
Ehe Shaoge โงโหเสียวกั้ว

Fa Zheng หวดเจ้ง
Fan Chou หวนเตียว
Fan Jian ฮวนเกี๋ยน
Fan Jiang ฮอมเกียง
Fan Kang ห้วนชง
Fan Neng วัวเหล็ง
Fan Pang หงิมติด
Fan Qi ฮวนกี๋
Fang Yue หองหยก
Fei Guan อุยหวน
Fei Yao ปีเอียว
Fei Yi บิฮุย
Fei Shi บิสี(อุยสี)
Feng Dan เฝิงถ่ง
Feng Li บังเล้
Feng Xi ปองสิบ
Feng Xu ฮองสี
Fu De ฮกเต็ก
Fu Gan โปหั้น
Fu Gu เปาต้าน
Fu Qian ปอเฉียม
Fu Shiren เปาสูหยิน
Fu Tong เปาเตียว
Fu Wan ฮกอ้วน
Fu Xuan ฮูสวน
Fu Ying เปาเอ๋ง

Gan Ning กำเหลง
Gao Ding โกเตง
Gao Gan โกกัน
Gao Lan โกลำ
Gao Pei โกภาย
Gao Rou โกหยิว
Gao Sheng โกเสง
Gao Shun โกซุ่น
Gao Xiang โกเสียง
Ge Ding โกเตง
Ge Yong กันหยง
Geng Ji เกงจี
Geng Wu เก๋งบู
Gong Du ก๋งเต๋า
Gong Jing สิบเกง
Gong Qi จงคี
Gong Zhi ขงจี
Gongsun Du กองซุนตู้
Gongsun Gong กองซุนก๋ง
Gongsun Huang กองซุนควั้ง
Gongsun Kang กองซุนของ
Gongsun Xiu กองซุนสิว
Gongsun Yuan กองซุนเอี๋ยน
Gongsun Yue กองซุนอวด
Gongsun Zan กองซุนจ้าน
Gou Ai กุอั๋น
Gou An กิอั๋น
Gu Li กู่ลี่
Gu Yong โกะหยง
Guan Chun กวนซุน
Guan Ding กวนเต๋ง
Guan Hai กวนไฮ
Guan Lu หมอกวนลอ
Guan Neng กวนเหล็ง
Guan Ping กวนเป๋ง
Guan Suo กวนสก
Guan Xing กวนหิน
Guan Yong ถังหยง
Guan Yi กวนเหล็ง
Guan Yu กวนอู
Guanqiu Dian บู๊ขิวเตี้ยน
Guanqiu Jian บู๊ขิวเขียม
Gui Lan อิหลำ
Gui Yuanjin กุยอ้วนจิ๋น
Guo Huai กุยห้วย (โกฉุย,กวยหวย)
Guo Jia กุยแก
Guo Sheng ก๊กเสง
Guo Si กุยกี
Guo Tu กัวเต๋า
Guo Ye กุยเอ๊ก
Guo Youzhi กุยฮิวจี๋

Han Dang ฮันต๋ง
Han Fu ฮันฮก
Han Hao ฮันโฮ
Han Heng ฮันหอง
Han Ji หันค่าย
Han Juzi ฮันจูกี๋
Han Meng ฮันเบ๋ง
Han Rong ฮันหยง
Han Song ฮันสง
Han Sui หันซุย
Han Xian หันเซียม
Han Xuan ฮันเหียน
Han Yin หันอิ้น
Han De ฮันเต๊ก
Han Qi ฮันกี๋
Han Qiong ฮันเขง
Han Xuan ฮันเหียน
Han Yao ฮันเอี๋ยว
Han Ying ฮันเอ๋ง
Han Zhen อันเจ๋ง
Han Zhong ฮั่นต๋ง
Han Zong ฮั่นจ๋ง
Hao Meng หลันเป้ง
Hao Zhao เฮกเจียว
He He โอจับ
He Jin โฮจิ๋น
He Man โฮปัน
He Meng หลันเป้ง
He Miao โฮเบี้ยว
He Ping โฮเป๋ง
He Yan โฮอั๋น
He Yi โฮงี
He Yong โหหยอง
He Zeng โฮเจ้ง
He Zhi เหอจื๋อ
Hou Cao เฮาโจ
Hou Cheng โฮเสง(เฮาเส็ง)
Hou Lan เหาลำ
Hou Xuan เฮาชวน
Hu Ban งอปั้น
Hu Cai โฮจ๋าย
Hu Chier ซกยี
Hu Fen เฮาหุน(ห่อหุน)
Hu Hua โฮหัว
Hu Ji เฮาเจ้(เปงจี๋)
Hu Juer เฮาเฉีย
Hu Lie เฮาเหลก
Hu Miao หูเหมี่ยว
Hu Yuan เฮาเกียน
Hu Zhen โฮจิ๋น
Hu Zhi เฮจิด
Hu Zhong อาวต๋ง
Hu Zong หูซง
Hu Zun โฮจุ๋น(อ้าวจุ๋น)
Hua Jiao หัวเหอ(หองหยก)
Hua Tuo หมอฮัวโต๋
Hua Xiong ฮัวหยง
Hua Xin ฮัวหิม
Hua Yong ฮั้วเอ๋ง
Huan Fan ฮวนห้อม
Huan Ji ฮวนกาย
Huan Jia หวนแก
Huan Jie หองไก่
Huan Yi ฮวนอี
Huang Chenyan ฮองเสงหงัน
Huang Chong หวนจง
Huang Gai อุยกาย
Huang Hao ฮุยโฮ
Huang Kui อุยกุ๋ย
Huang Quan อุยก๋วน(ห้องกวน)
Huang Shao อุยเซียว
Huang Wan อุยอ๋วน
Huang Zhong ฮองตง
Huang Zu หองจอ
Huangfu Kai ฮองฝูข่าย
Huangfu Li ฮองหูเฮียบ
Huangfu Song ฮองฮูสง
Huo Jun งักจุ้น
Huo Yi คว้อเก๋อ

J-L

Ji Ling กิเหลง
Ji Mao เกียดเมา
Ji Mu เกียดบก
Ji Ping หมอเกียดเป๋ง
Jia Chong กาอุ้น
Jia Fan แกหวน
Jia Hua แกหัว
Jia Kui กากุ๋ย
Jia Xu กาเซี่ยง
Jian Shuo เกียนสิด
Jian Yong กันหยง
Jiang Ban เจียวปั้น
Jiang Bin เจียวปิน
Jiang Gan เจียวก้าน
Jiang Ji เจียวเจ้
Jiang Qi เจียวกี๋
Jiang Qin เจียวขิม(จิวขิม)
Jiang Shu เจียวสี
Jiang Wan เจียวอ้วน
Jiang Wei เกียงอุย
Jiang Xian เจียวเอี๋ยน
Jiang Xu เกียงขิม
Jiang Yan เจียวเอี๋ยน
Jiang Yiqu เจียวหงี
Jiao Bing เจาเปง
Jiao Bo เจียวเป๊ก
Jiao Chu เจียวเหีย
Jiao Yi เจียวอี้
Jinhua Sanjie กิมห้วน
Jin Shang กิมเซี่ยง
Jin Xiang กิมเซ๊ยง
Jin Xuan กิมสวน
Jin Yi กิมหัน
Ju Gu จองกี๋
Ju Shou ชีสิว

Kan Ze งำเต๊ก
King Kebi Neng ห่อปี่
Kong Rong ขงหยง
Kong Xiu ขงสิ้ว
Kong Yu คงหยิบ
Kong Zhou ขงมอ
Kuai Liang เกงเหลียง
Kuai Yue เกงอวด
Kui Gu อุยก้อ

Lai Min ไลบิน
Lei Bo ลุยป๊ก
Lei Tong ลุยต๋อง
Lei Xu ลุยฉี
Li Bie ลิเป๊ก
Li Deng โลหอง
Li Dian ลิเตียน
Li Du ลิปู
Li Fang ลิฮอง
Li Fu ลิฮก
Li Gu ลิจู
Li Gui ลีกุ๋ย
Li Hu ลิเฮา
Li Hui ลิอิ๋น
Li Jue ลิฉุย
Li Kan ลิขำ
Li Meng ลิบ้อง
Li Mu ลีหู
Li Peng ลิเพง
Li Qiu หลี่ฉิว
Li Qu ลิต๊ก
Li Ru ลิยู
Li Sheng หลีซิน
Li Su ลิซก
Li Teng ลิอ๋อง(ลิหลวง)
Li Tong ลีถอง(ลิทอง)
Li Xian ลิเซียม
Li Xin ลิหิม
Li Yan ลิเงียม(ลิเหยียม)
Li Yi ลิอี้
Li Yue ลิงัก
Li Zhuan ลิจวน
Li Zong ลิจ๋อง
Liang Gang เลียงกอง
Liang Ji เลี่ยงกี๋
Liang Kuan เลงควัน
Liang Qian เลี้ยงเขียน
Liang Xing เหลียงเหง
Liang Xu เหลียงซี
Liao Chun เลียวซุน
Liao Hua เลียวหัว
Liao Li เลียวลี่
Ling Bao เหลงเปา
Ling Cao เล่งโฉ
Ling Tong เล่งทอง
Liu An เล่าอั๋น
Liu Ba เล่าป๋า
Liu Bao เล่าเป๋า
Liu Bei เล่าปี่
Liu Biao เล่าเปียว
Liu Chan เล่าขำ
Liu Cheng เล่าเสง
Liu Dai เล่าต้าย
Liu Dan เล่าตัด
Liu Dao เล่าเอียว
Liu Du เล่าเตา
Liu Fan เล่าเฉีย
Liu Fang เล่าฮอง
Liu Fei ลิวฮู
Liu Feng เล่าฮอง
Liu Fu เล่าฮก
Liu Gui เล่ากุ๋ย
Liu He เล่าเหอ
Liu Hu เล่าเก๋ง
Liu Ju เล่ากี
Liu Jun เล่ายวน
Liu Li เล่าลี
Liu Lue เล่าเลียก
Liu Mao เล่าเหมา
Liu Mi เล่าปิด
Liu Min เล่าปิ้น
Liu Ning หลิวหนิง
Liu Pan เล่าผวน
Liu Pi เล่าเพ็ก
Liu Ping หลิวผิง
Liu Qi เล่ากี๋
Liu Rui เล่ายอย
Liu Shan เล่าเสี้ยน(อาเต๊า)
Liu Shao เล่าเซียว
Liu Shi หลิวซี
Liu Tao เล่าโต๋
Liu Wan เล่าอวน
Liu Xi เล่าฮี
Liu Xian พระเจ้าเหี้ยนเต้
Liu Xiang เล่าเหียน
Liu Xin เล่าเซียน
Liu Xu หลิวซิน
Liu Xue เล่าสุน
Liu Xun เล่าชุน
Liu Yan เล่าเอี๋ยน(เล่าเอียง)
Liu Yang เล่าเหยียน
Liu Yao เล่าอิ้ว
Liu Yong เล่าหยง
Liu Ye เล่าหัว
Liu Yu เล่าหงี
Liu Yue เล่าเอียน
Liu Yung เล่าหยัง
Liu Zan เล่าจ้าน
Liu Zang เล่าเบา
Liu Zhang เล่าเจี้ยง
Liu Zhong เล่าจ้อง
Liu Ziyang เล่าจูเจี๋ยง
Liu Zong เล่าจ๋อง
Lou Xuan โหลวเสียน
Lou Zibo โหลวจื่อโปว
Lu Ba ลิปา
Lu Boshe หลีแปะเฉีย
Lu Bu ลิโป้
Lu Chang ลิเสียง
Lu Dai ลิต้าย
Lu Fan ลิห้อม
Lu Gang ลู่คัง
Lu Gong ลีก๋ง
Lu Ji ลกเจ๊ก
Lu Jing ลู่จิ่ง
Lu Ju ลีกี
Lu Kai ลิคี
Lu Kang ลกข้อง
Lu Kuai ลู่ข่าย
Lu Kuang ลิกอง
Lu Kui หลู่คุย
Lu Meng ลิบอง
Lu Qian ลิยอย
Lu Su โลซก
Lu Weihuang ลิอุยหอง
Lu Xiang ลิเซียง
Lu Xu หลูซุน
Lu Xun ลกซุน
Lu Yin ลิหงี
Lu Zhao ล่อเจียว
Lu Zhi โลติด
Lu Zhu เล่าจี๋
Lun Zhi ลุนติด
Luo Tong ล่อถ่ง
M-Q

Ma Chao ม้าเฉียว
Ma Cheng ม้าเทีย
Ma Dai ม้าต้าย
Ma Han ม้าหั้น
Ma Jun ม้ากิ้น
Ma Liang ม้าเลี้ยง
Ma Miao ม้าเชียว
Ma Midi ม้าหยิด
Ma Qiu ม้าฉิว
Ma Su ม้าเจ็ก
Ma Sui ม้าซู่
Ma Teng ม้าเท้ง
Ma Tie ม้าเทียด
Ma Wan ม้าอ้วน
Ma Xiu ม้าฮิว
Ma Yan ม้าเอี๋ยน
Ma Yu ม้าฮู
Ma Yun ม้าอี้
Ma Yuanyi ม้าอ้วนยี่
Ma Zheng ม้าตง
Ma Zhong ม้าต๋ง
Ma Zun ม้าจุ้น
Man Chong หมันทอง
Mang Yachang เงียมเตียง
Mao Dun เป๊กตุ้น
Mao Jie มอกาย
Meng Da เบ้งตัด
Meng Gongwei เบงคงอุย
Meng Guang เบงกอง
Meng Huo เบ้งเฮ็ก
Meng Jia เบ้งเจียด
Meng Tan เบงทัน
Meng You เบ้งฮิว
Meng Zong เบ้งจ๋อง
Mi Dang ปีต๋อง
Mi Fang บิฮอง
Mi Heng ยี่เอ๋ง
Mi Zhu บิต๊ก
Miao Ze เบียวเต๊ก
Min Gong บินของ
Morong Lie บัวเหลียด
Mu Lu เจ้าบกลก
Mu Shun บอกสุ้น

Ning Sui เบงซุย
Niu Fu งิวฮู(หนิวปู่)
Niu Jin งิวขิ้ม

Ou Xing คูเสง

Pan Feng พัวหอง
Pan Ju พัวกี๋
Pan Jun พัวโยย
Pan Yin พัวอิ๋น
Pan Sui ล่อซุย
Pan Zhang พัวเจี้ยง
Pang De บังเต๊ก
Pang Degong บังเต๊กก๋ง
Pang Rou บังยิว
Pang Shu บังสี
Pang Tong บังทอง (ซื่อง้วน)
Pang Xi บังยี่
Pei Jing ปวยเก๋ง
Pei Xiu หุยสิว
Pei Xu เปยซี่
Pei Yuanshao หุยง่วนเสียว
Peng An แพอั๋น
Peng Bo แพ่เป๊ก
Peng He แพโท
Peng Ji อองกี่(ฮองกี๋)
Peng Yang แพเอี้ยว
Pu Jing เภาเจ๋ง
Puyang Xing ผู่หยังซิ่ง

Qian Hong ตันหอง
Qiao Mao เตียวโป้(เฉียวเหมา)
Qiao Rui เตียวเสง
Qiao Zhou เจียวจิ๋ว
Qin Lang จีนล่ง
Qin Liang จิ๋นเหลียง
Qin Mi จิ๋นปี(จินปิด,ฉินมี่)
Qin Ming จีนเบ้ง
Qin Qi จินกี๋
Qiu Ben คูปุน
Qiu Jian คูเกี๋ยน
Qu Yi จ๊กยี่
Quan Duan จวนต๋วน
Quan Ji จวนกี๋
Quan Shang จวนเสียง
Quan Wei จวนฮุย
Quan Yi จวนเต๊ก
Quan Zong จวนจ๋อง(ฉวนจง)
Quin Quington เคงต๋อง

R-W

Ren Jun ยิมจุ๋น
Ren Kui งิมเอ๋ง

Sha Moke สะโมโข
Shan Tao ซานเถา
Shao Ti เส้าทิ
Shao Yuan เซียวหลวน
Shen Dan ซินต๋ำ
Shen Pei สิมโพย
Shen Yi ซินหงี
Shen Zong ซิมเอ๋ง
Sheng Bo เซงฮู
Shi Bao สือเปา
Shi Guangyuan โจ๊ะก๋งหงวน
Shi Huan สูหวน
Shi Ji สิวเจ๊ก
Shisun Rui ซุนซุย
Shi Shuo ชีซก
Shi Zuan สุเมา
Si Fan สูหวน
Sima Fang สุมาหอง
Sima Fu สุมาหู
Sima Hui สุมาเต็กโช
Sima Juan สุมาจุ้น
Sima Lang สุมาหลัง
Sima Shi สุมาสู
Sima Wang สุมาปอง
Sima Yan สุมาเอี๋ยน
Sima Yi สุมาอี้ (ชงต๊ะ)
Sima You สุมาฮิว
Sima Zhao สุมาเจียว
Sima Zhou สุมาเตี้ยม
Song Bai ซองเป๊ก
Song Guo ซองโก
Song Qian ซงเขียม
Song Xian ซงเหียน
Song Zhong ซงต๋ง
Su Fei โชหุย
Su Yong เชาหู
Su You โซฮิว
Sui Lei ซุยก๊ก
Sui Yi ซุยเสียง
Sun Ce ซุนเซ็ก
Sun Chen ซุนหลิม
Sun Deng ซุนเต๋ง
Sun En ซุนเอิน
Sun Gan ซุนก้าน
Sun Gao ซุนโก๋
Sun Gong ซุนหยง
Sun Guan ซุนก้วน
Sun Hao ซุนโฮ
Sun He ซุนโห
Sun Hu ซุนยี่
Sun Huan ซุนหวน
Sun Ji ซุนอี้
Sun Jian ซุนเกี๋ยน
Sun Jiao ซุนเกียว
Sun Jing ซุนแจ้ง
Sun Ju ซุนจี้
Sun Jun ซุนจุ๋น
Sun Kai ซุนเข
Sun Kan ซุนข่าย
Sun Kuang ซุนของ
Sun Lang ซุนลอง
Sun Li ซุนเล้
Sun Liang ซุนเหลียง
Sun Qian ซุนเขียน
Sun Qiao ซุนเหียม
Sun Quan ซุนกวน
Sun Ren ซุนหยิน(เมียเล่าปี่)
Sun Shao ซุนเสียว
Sun Wan ซุนเปียน
Sun Xi ซุนซิ่ว
Sun Xin ซุนหลิม
Sun Xiu ซุนฮิว
Sun Yi ซุนเซียง
Sun Yin ซุนฮี
Sun Zhong ซุนต๋อง
Sun Zu ซุนจู้

Taishi Ci ไทสูจู้
Taishi Heng ไทสูเอี๋ยง
Tan Fu เตียวลี
Tan Xiong กำหยง
Tang Bin ตงปิ่น
Tang Zhou ตองจิ๋ว
Tang Zi ต๋องจู
Tao Jun เถาจุ้น
Tao Qian โตเกี๋ยม
Teng Xun เถิงซิว
Teng Yin เตงอิ๋น
Tian Chou เตียนติ๋ว
Tian Du เตียวอี้
Tian Feng เตียนห้อง
Tian Kai เต๊งไก๋
Tian Xu เตนซก
Tian Zhang เถียนจัง
Tu An เขาอั๋น

Wan Chan อองเฉียง
Wan Yu บั้นเฮ็ก
Wan Zheng บั้นเจ้ง
Wang Bi อองปิด
Wang Can อองซัน
Wang Chang อองซอง
Wang Chun อองตุ้น
Wang Fang อ่องหอง
Wang Fu อองฮู
Wang Guan อองก๋วน
Wang Han อองเสีย
Wang Hou อองเฮา
Wang Hun อองหุย
Wang Ji อองกี๋
Wang Jian อองเกี๋ยน
Wang Jing อองเก๋ง
Wang Jun องโยย
Wang Kai อองก้าย
Wang Kang อองค้าง
Wang Kuang อองของ
Wang Lang อองลอง
Wang Lei อองลุย
Wang Li อองหลิบ
Wang Lian อองเลี้ยน
Wang Mai หวังม่าย
Wang Mou อี้อองเมา
Wang Ping อองเป๋ง
Wang Qi อองกิ๋น
Wang Qin หวังฉี
Wang Rong อ๋องหยง
Wang Shen อองซิม
Wang Shuang อองสง
Wang Su อองซก
Wang Tao อองโถ
Wang Wei อองอุ้ย
Wang Xiang หวังเสียง
Wang Xiu อองสิ้ว
Wang Yan อองต่ำ
Wang Ye อองเหงียบ
Wang Yi ฮองอิบ
Wang Yun อ้องอุ้น
Wang Ze อองเจ๊ก
Wang Zhao อังเจี๋ยว
Wang Zhen อองจิ๋น
Wang Zhi อองเซ็ก
Wang Zhong อองต๋ง
Wang Zifu จูฮก
Wei Guan อุยก๋วน
Wei Hong อุยหอง
Wei Huang อุยหลง
Wei Kai อุไค้
Wei Kang อุยของ
Wei Miao งุยเบียว
Wei Ping งุยเป๋ง
Wei Xu งุยซก
Wei Yan อุยเอี๋ยน
Wei Yin โอยเอี๋ยน
Wen Chou บุนทิว
Wen Hu บุนเฮา
Wen Ping บุนเพ่ง
Wen Qin บุนขิม
Wen Yang บุนเอ๋ง
Wu Anguo บู๋อันก๊ก
Wu Can งอซัน
Wu Dun งอตุ้น
Wu Fu เงาฮู
Wu Gang งอก๋ง
Wu Jing งอเก๋ง
Wu Ju อาวสิ้ว
Wu Kuang เง่าของ
Wu Lan งอหลัน
Wu Qiong เหงาเค่ง
Wu Shi โงห้วน
Wu Xi งอสิบ
Wu Yan ง่อเอี๋ยน
Wu Yang อู้เยี้ยน
Wu Yi งออี้
Wu Zhi อู๋จื้อ
Wu Zilan จูลัน
Wuhuan Chu โฮห้วน
Wutu Gu ลุดตัดกุด
X-Y

Xi Ni เคหลี
Xi Zheng ขับเจ้ง
Xia Jing เจียเส็ง
Xia Xun แฮซุน
Xia Yun เห้หุย
Xiahou Ba แฮหัวป๋า
Xiahou Cun แฮหัวจุ้น
Xiahou De แฮหัวเต๊ก
Xiahou Dun แฮฮัวตุ้น
Xiahou En แฮหัวอิ๋น
Xiahou He แฮหัวโฮ
Xiahou Hui แฮหัวฮุย
Xiahou Jia แฮหัวเจี๋ย
Xiahou Lan แฮหัวอัน
Xiahou Mao แฮหัวหลิม
Xiahou Shang แฮหัวซง
Xiahou Wei แฮหัวหุย
Xiahou Xian แฮหัวเสียน
Xiahou Xuan แฮเฮาเทียน
Xiahou Yuan แฮหัวเอี๋ยน
Xiang Chong เฮียงทง
Xiang Ju เซียงกี
Xie Xiong เจียหยง
Xin Chang ซินเป
Xin Ming ซินเบ้ง
Xin Pi ซินผี
Xin Ping ซินเป๋ง
Xing Cai เตียวซี
Xing Darong โต๊ะเอ็ง
Xing Zhen สิงเจิน
Xu Chu เคาทู
Xu Ci เคาจู
Xu Gong เค้าก๋อง
Xu Huang ซิหลง
Xu Jing เคาเจ้ง
Xu Liu ชีจิ๋วเป๋ง
Xu Rong ซีเอ๋ง
Xu Shao เขาเฉียว
Xu Shang ชีเสียง
Xu Sheng ชีเซ่ง
Xu Shu (San Fu) ชีซี(ตันฮก)
Xu Si เค้ากี๋
Xu Yan สวี่เยี่ยน
Xu Yi เคาหงี
Xu You เขาฮิว
Xu Yun เค้าอิ๋น
Xu Zhi เคาจี
Xu Zi ซิจิด
Xue Lan ซิหลัน
Xue Li ซีเหล
Xue Qiao สีเกี๋ยว
Xue Rong ซิหยิง
Xue Xu ชีฮู
Xue Yong ชีจ๋อง
Xue Ze ชีเจ๊ก
Xue Zong ซีหอง
Xun Cheng ซุนซิม
Xun Kai ซุนข่าย
Xun Shuang ซุนซอง
Xun Xu ซุนซี
Xun Yi สวินโถ
Xun You ซุนฮิว(แก้ไขให้แล้วจ้า/ราคุ)
Xun Yu ซุนฮก
Xun Zheng ซุนเจ้ง

Ya Dan แงตั๋น
Yan Baihu เงียมแปะฮอ
Yan Guang ยำก๋ง
Yan Jun เหยียมจุ้น
Yan Liang งันเหลียง
Yan Ming ฮันเบ้ง
Yan Pu เงียมเภา
Yan Xiang เอียมเซียง
Yan Yan เงียมหงัน
Yan Yu เงียมอี๋
Yan Yun เงียมอู
Yan Zheng ลำแจ้ง
Yan Zhi เงียมจื้อ
Yang Ang เอียวหง
Yang Biao เอียวปิว
Yang Bo เอียวเป๊ก
Yang Chou เอียวสิว
Yang Dajiang เอียวไต้เจียว
Yang Fang(Feng) เอียงหอง
Yang Feng เอียวฮอง
Yang Fu เอียวฮู
Yang Hong เอียวฮง
Yang Hu เอียวเก๋า
Yang Huai เอียวหวย
Yang Ji หยังจี้
Yang Jin หยังจิ้น
Yang Lin เอียวเหลง
Yang Ling เอียวเหลง
Yang Mi เอียวปิด
Yang Qi เอียวกี
Yang Qiu เอียวฉิว
Yang Qun หยังฉุน
Yang Ren เอียวเหียม
Yang Song เอียวสง
Yang Xin เอียวหัว
Yang Xiu เอียวสิ้ว
Yang Yi เอียวหงี
Yang Zong เอียวจ๋ง
Yang Zuo เอียวจอ
Yi Ji อีเจี้ย
Yin Damu อินต้ายบก
Yin Feng อีฟ่ง
Yin Kai อินไก๋
Yin Li อินเล้
Yin Mo อินเบด
Yin Ku สิมเอ๋ง
Yin Shang อินเชียง
Ying Shao เองเตียว
Yong Kai ยงคี
Yu Fan ยีหวน
Yu Ji อิเกียด
Yu Jin อิกิ๋ม
Yu Mi อิปิ
Yu Quan อีจ้วน
Yu She ยูสิด
Yu Song งีสง
Yuan Lin อ้วนหลิม
Yuan Shang อ้วนซง
Yuan Shao อ้วนเสี้ยว
Yuan Shu อ้วนสุด
Yuan Tan อ้วนถำ
Yuan Wei อ้วนหงุย
Yuan Xi อ้วนฮี
Yuan Xing เหยียนจิ้ง
Yuan Yi อ้วนอุ๋ย
Yuan Yin อ้วนอิ๋น
Yue Chen งักหลิม
Yue Ji อองกิด
Yue Jing งักจิ้น
Yue Jiu งักจิว


Z

Zang Ba จงป้า
Ze Rong ฉกหยง
Zeng Xuan เจงสวน
Zhai Yuan เต๊กหงวน
Zhang Ba (Bao) เตียวโป้
Zhang Bao เตียวเปา
Zhang Bu เตียวเป๋า
Zhang Chao เตียวเจี๋ยว
Zhang Chun เตียวซุ่น
Zhang Da เตียวตัด
Zhang Dang เตียวต๋อง
Zhang Fei เตียวหุย
Zhang Han เตียวหัว
Zhang He เตียวคับ
Zhang Hi เตียวหิว
Zhang Hong เตียวเหียน
Zhang Hu เตียวฮอ
Zhang Hua เตียวหัว
Zhang Hui เตียวเฮา
Zhang Ji เตียวเจ
Zhang Jia เตียวกี๋
Zhang Jie เตียวเจ๊ก
Zhang Jian เตียวเคียม
Zhang Ju เตียวกี
Zhang Jue (Jiao) เตียวก๊ก
Zhang Jun เตียวกิ๋น
Zhang Jung จังจุ้น
Zhang Kai เตียวคี
Zhang Lian(Liang) เตียวเหลียง
Zhang Liao เตียวเลี้ยว
Zhang Lu เตียวล่อ
Zhang Mao เตียวป้อ
Zhang Mi จางมี่
Zhang Miao เตียวเมา
Zhang Ming โจเบ๊ง
Zhang Nan เตียวหลำ
Zhang Neng เจียวหลำ
Zhang Ni เตียวหงี
Zhang Pu เตียวเภา
Zhang Qi เตียวอิบ
Zhang Qiu เตียวกิ๋ว
Zhang Rang เตียวเหยียง
Zhang Ren เตียวหยิม
Zhang Shang จังซั่ง
Zhang Shao เตียวเสียว
Zhang Si เตียวฮี
Zhang Song เตียวสง
Zhang Su เตียวซก
Zhang Tao เตียวโถ
Zhang Te เตียวเต๊ก
Zhang Ti เตียวเค้า
Zhang Wan เตียวอุ๋น
Zhang Wei เตียวโอย
Zhang Wen เตียวอุ๋น
Zhang Wu เตียวบู
Zhang Xian เตียวเสียน
Zhang Xiang จังเซี่ยง
Zhang Xiu เตียวสิ้ว
Zhang Xun เตียวหุน
Zhang Yan เตียวเอี๋ยน
Zhang Yang เตียวเอี๋ยง
Zhang Yi เตียวเอ๊ก
Zhang Yin เตียวอิ๋ม
Zhang Ying เตียวเอ๋ง
Zhang Yue เตียวเอียด
Zhang Yun เตียวอุ๋น
Zhang Zhao เตียวเจียว
Zhang Zhu เตียวคี
Zhang Zi เตียวคี
Zhang Zun เตียวจุ๋น
Zhao Ang เตียวกั๋ง
Zhao Chen เตียวหงิม
Zhao Fan เตียวหอม
Zhao Guang เตียวกอง
Zhao Hong เตียวฮ่อง
Zhao Lei เตียวลุย
Zhao Meng เตียวเปง
Zhao Qi เตียวกี
Zhao Qu เตียวเหง
Zhao Rong เตียวหยง
Zhao Rui เตียวโยย
Zhao Tong เตียวหอง
Zhao Yan เอียวงัน
Zhao Yue เตียวเอี๊ย
Zhao Yun จูล่ง
Zhao Zhi เตียวติด
Zhao Zhong เตียวต๋ง
Zhao Zi เตียวจี๋
Zhao Zuo เตียวเต้
Zheng Bao เตงโป้
Zheng Du เจิ้งตู้
Zheng Lun เตงหลุน
Zheng Mao เตงโป้
Zheng Tai แตะถ้าย
Zheng Wen แต้บุ๋น
Zheng Xuan เต้เหี้ยน
Zhi Xi ชีสิบ
Zhong Hui จงโฮย
Zhong Jin จงจิ๋น
Zhong Jing จงจิ๋น
Zhong Shen จงสิน
Zhong Yao จงฮิว
Zhong Yu จงยี่
Zhou Bi เจียวปี
Zhou Cai จิวท่าย
Zhou Cang จิวฉอง
Zhou Fang จิวหอง
Zhou Feng จูฮง
Zhou Huan โจห้วน
Zhou Jing เจาเจ้ง
Zhou Ping จิวเผง
Zhou Shan จิวเสี้ยน
Zhou Tai จิวท่าย
Zhou Xin จิวซิ่น
Zhou Xun จิวซุน
Zhou Yin จิวอิ๋น
Zhou Ying นางจิวหยิง
Zhou Yu จิวยี่
Zhou Zhi โจวจื่อ
Zhu Bao จูโพ
Zhu En จูอิ๋น
Zhu Fang จูฮอง
Zhu Guang จูกวง(จูก๋ง)
Zhu Huan จูหวน
Zhu Jun จูฮี
Zhu Ling จูเหลง
Zhu Ran จูเหียน
Zhu Rong จกหยงฮูหยิน
Zhu Yi จูอี้
Zhu Zan จูจ้าน
Zhu Zhi จูตี
Zhuge Dan จูกัดเอี๋ยน
Zhuge Jin จูกัดกิ๋น
Zhuge Jing จูกัดเจ้ง
Zhuge Jun จูกัดจุ้น
Zhuge Ke จูกัดเก๊ก
Zhuge Liang จูกัดเหลียง(ขงเบ้ง)
Zhuge Qian จูกัดเขียน
Zhuge Shang จูกัดสง
Zhuge Xing จูกัดเจง
Zhuge Xu จูกัดสู
Zhuge Xuan จูกัดเสียน
Zhuge Zhan จูกัดเจี๋ยม
Zhuo Ying โตเอ๋ง
Zong Bao จงโป
Zong Yu จองอี้
Zu Bi เจาปิด
Zu Mao โจเมา
Zuo Ci โจจู๋
Zuo Ling จั่วหลิง
Zuo Xian โจหอม

เครดิต ไม่แน่ใจนะครับ ยังไง เจ้าของเข้ามา ขอโทษด้วย

กลศึกสามก๊ก

posted on 22 Mar 2009 20:38 by the3kingdom

ในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก มีการทำศึกสงครามมากมายหลายต่อหลายครั้ง การต่อสู้ทางด้านสติปัญญาและกุศโลบายในการแสดงแสนยานุภาพแก่ศัตรู การปกครองไพร่พลรวมทั้งผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งการนำกำลังไพร่พลทหารในการบุกโจมตีและยึดครองสถานที่ หรือทางการพิชิตชัยชนะทางการทูตในการเจรจาต่อรองผูกสัมพันธ์ไมตรีกับแคว้นอื่น การทหาร การเมือง การเศรษฐกิจ การบริหารปกครองบ้านเมือง การใช้คนอย่างถูกต้อง การโจมตีทางด้านจิตใจรวมทั้งการนำเอาทรัพยากรทุกอย่างที่มี เพื่อนำมาใช้ในการทำศึกสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจความเป็นใหญ่ซึ่งกันและกัน[15]

แต่มีบ่อยครั้งที่กำลังทหารที่มีกำลังไพร่พลน้อยกว่ากลับเอาชนะกำลังทหารที่มีกำลังไพร่พลมากกว่าได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือกลยุทธ์ในด้านยุทธศาสตร์และการชำนาญภูมิศาสตร์สถานที่ในการทำศึกสงคราม[15] ในสามก๊กมีการใช้กลศึกจำนวนมากมายในการหลอกล่อศัตรูเพื่อชัยชนะ การต่อสู้ทางสติปัญญา สุดยอดแห่งกุศโลบายในการแสดงศักยภาพของกองทัพ แม่ทัพที่นำทัพในสนามรบนอกจากจะมีฝีมือในการที่สูงส่งแล้ว จะต้องรู้หลักตำราพิชัยสงคราม เสนาธิการที่ปรึกษาทัพจะต้องรอบรู้ในทุก ๆ ด้าน รู้แจ้งในกลศึกต่าง ๆ ของศัตรู รู้ถึงจิตใจของทหารใต้บังคับบัญชา และรู้จักฉกฉวยจังหวะสำคัญในการโจมตีจึงจะสามารถเอาชนะศัตรูได้ จูกัดเหลียง จิวยี่ สุมาอี้ ลกซุน ตั๋งโต๊ะ โจโฉ กุยแกและบุคคลอื่นอีกมากมาย ล้วนแต่ชำนาญกลศึกในการทำศึกสงคราม ซึ่งกลศึกสำคัญและเป็นมาตรฐานของการทำสงครามสามก๊ก